<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MeePanda &#187; ความเชื่อ</title>
	<atom:link href="/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.meepanda.com</link>
	<description>หมีแพนด้า บทความดี มีสาระ</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Sep 2017 03:31:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=4.0.1</generator>
	<item>
		<title>ผู้หญิงต้องอ่าน! 10 เรื่องของร่างกายผู้หญิงที่คุณเข้าใจผิดมาตลอด</title>
		<link>http://www.meepanda.com/top10-women-misconcept/</link>
		<comments>http://www.meepanda.com/top10-women-misconcept/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2015 07:13:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[หมีควาย]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[วาไรตี้]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องแปลก]]></category>
		<category><![CDATA[top10]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เข้าใจผิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.meepanda.com/?p=2626</guid>
		<description><![CDATA[ความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับรูปร่างของผู้หญิงนั้นมีมานานแสนนาน และน่าสงสัยว่าตำนานแปลกๆและความเข้าใจผิดต่างๆเหล่านี้ถูกแพร่ออกมาทางประวัติศาสตร์ และยังคงวนเวียนในความคิดผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน ลองดูกันเลยว่า10สิ่งเหล่านี้มีอะไรบ้าง&#160; 10.&#160;เรื่องการมีประจำเดือน ในทางประวัติศาสตร์แล้ว การมีประจำเดือนเป็นที่ถกเถียงว่าเป็นสัญญานของการได้รับอาหารที่อุดมสมบูรณ์ หรือเป็นสัญญาณของปีศาจ ในตำนานต่างๆยังมีเรื่องเกี่ยวข้องกับประจำเดือน และความเชื่อหลักๆเลยคือประจำเดือนเป็นเลือดเสีย ความเข้าใจผิดๆนี้ทำให้ผู้หญิงมีประจำเดือนถูกห้ามทำอาหาร ห้ามทำกิจกรรรมทางศาสนา และยังห้ามบางสิ่งที่เคยทำในวันปกติเพื่อไม่ให้เลือดเสียไปเจือปนกับทุกๆสิ่ง นอกจากนี้การที่ปฏิสนธิและตั้งครรภ์ในขณะที่ผู้หญิงมีประจำเดือนยังถูกเชื่อว่าทารกจะเกิดมาพิการเพราะเลือดเสีย ในทางกลับกัน Galen แพทย์ชาวกรีกผู้โด่งดังกล่าวว่าเลือดประจำเดือนนั้นเป็นเลือดที่ใช้เป็นองค์ประกอบในการดูแลทารก เพราะเมื่อคลอดบุตรแล้ว เลือดจะเปลี่ยนเป็นน้ำนมให้แก่เด็ก &#160; 9. อวัยวะเพศหญิงส่วนบน ใช้แทนอวัยวะเพศชายได้ เป็นที่ทราบกันดีว่าสมัยกรีกโบราณและโรมันนั้นมีความคิดที่น่าตลกและบ้าบอเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ เช่นอวัยวะเพศหญิงส่วนบนใช้งานเหมือนอวัยวะเพศชายได้ คุณเคยได้ยินมาใช้ใหม? ถึงแม้ว่าจะนานมาแล้วสำหรับความเชื่อนี้แต่ก็มีการทดลองใช้จริงในศตวรรษที่19 และ20เพื่ออธิบายแก่กลุ่มหญิงรักหญิง ที่สุดของที่สุดต้องยกให้นักบวชชาวอิตาเลียน&#160;Ludovico Sinistrari&#160;ที่กล่าวหาว่าผู้หญิงเป็นพวกมักมากในกาม จึงพยายามเปลี่ยนอวัยวะเพศตัวเองให้เป็นของผู้ชายด้วย ชัดเจนมากว่าเขาทำให้ชาวหญิงรักหญิงดูเป็นอาชญากรผู้มักมากในกาม นอกจากนี้ นักบวชท่านนี้ยังสนับสนุนการลงโทษแบบรุนแรงหากอวัยวะเพศหญิงสามารถสอดใส่อวัยวะเพศหญิงได้สำเร็จ &#160; 8. ความบริสุทธิ์จะทำให้คุณอ่อนเยาว์ มีทฤษฎีหนึ่งของกลุ่มShunamitism(กลุ่มชายสูงอายุที่เพิ่มสมรรถภาพทางเพศด้วยการนอนข้างๆกับหญิงสาว) ที่อ้างว่าการนอนข้างๆสาวบริสุทธิ์จะทำให้ผู้ชายหนุ่มขึ้น &#160;ซึ่งมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่หมอจะวินิจฉัยตามหนังสือพิธีกรรมศาสนาเกี่ยวกับโรคในช่องท้อง เช่นในสมัยศตวรรตที่ 18 ลมหายใจของหญิงบริสุทธิ์สามารถทำให้คนมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นได้ ส่วนสาวไม่บริสุทธิ์คือมลทิน นอกจากนี้ในฝรั่งเศส&#160;มีการหาผลกำไรจากหญิงสาวบริสุทธิ์ด้วยเมื่อ&#160;Madame Janus นักลงทุนที่เปิดบ้านสำหรับสาวบริสุทธิ์ 50 คน เพื่อให้ชายสูงอายุที่จะจ่ายเงินเพื่ออยู่ใกล้ชิดหญิงสาวบริสุทธิ์แต่ไม่ได้มีเพศสัมพันธุ์ &#160; 7. หน้าอกมีหน้าที่เป็นเสื้อเกราะ ในศตวรรษที่ 14 แพทย์หลวง&#160;Henri De Mondeville ได้บันทึกไว้ในจดหมายถึงกษัตริย์ฝรั่งเศษถึงสาเหตุที่ผู้หญิงมีหน้าอกในตำแหน่งนั้นว่า 1. ทำให้แตกต่างจากผู้ชาย 2. หัวใจถูกป้องกันและรักษาในที่อบอุ่น 3. นักฟิสิกส์อ้างว่าหน้าอกที่อบอุ่นจะทำให้ช่องท้องแข็งแรง และยังมีเพิ่มเติมในคริสศักราช 1840 คุณหมอ&#160;Astley Cooper มีความเห็นว่าหน้าอกที่ใหญ่ของผู้หญิงมีไว้สำหรับปกป้องเมื่ออยู่ในชนชั้นล่างในสังคม เขากล่าวว่า&#160;&#34;หน้าอกช่วยป้องกันหมัดหนักจากการแข่งขันกีฬาต่อยมวย&#34; &#160; 6. รังไข่จะถูกทำลายเมื่อขับรถ ในปี 2013 พระดังของซาอุดิอาราเบีย&#160;Sheikh Saleh Al-Loheidan อ้างว่า การวิจัยมีผลออกมาว่าผู้หญิงที่ขับรถ เชิงกรานจะเปลี่ยนไปและมดลูกจะถูกทำลาย และเสี่ยงทำให้มีบุตรพิการ นอกจากนี้ยังมีแฮชแท็ก&#160;#WomensDrivingAffectsOvariesAndPelvises ที่ทำขึ้นโดยผู้ติดตามของ&#160;Al-Loheidan ทำให้มีข้อคิดเห็นต่างกันไปจากคนทั่วโลกรวมถึงคนในประเทศของเขาเอง ต่อมานารีแพทย์ชาวซาอุดิอาราเบีย&#160;Mohammad Baknah ได้ท้าทายคำกล่าวอ้างของ&#160;Al-Loheidan ว่าที่เขาอ้างนั้นเป็นเรื่องโกหก&#160;เพราะไม่เคยมีวิจัยอะไรเลยเกิดขึ้น และนี่ก็ไม่ได้เป็นกรณีเดียวที่พระเคยออกมาอ้าง ย้อนไปในปี 2010 พระอีกองค์หนึ่งกล่าวว่าผู้หญิงไม่ควรขับรถแต่สามารถเชื่อใจ และทำให้คนขับรถเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวได้ด้วยการให้ลมหายใจแก่เขา &#160; 5. ความคิดประหลาดของอริสโตเติล อริสโตเติลเกือบจะเป็นนักปรัชญาที่เยี่ยมยอดที่สุดถ้าเขาไม่ได้ให้ความคิดผิดๆเกี่ยวกับร่างกายของผู้หญิง เขาล้มเหลวที่จะแยกรังไข่กับท่อปัสวะออกจากกัน นอกจากนี้เขายังปักใจในทฤษฎีที่เขาคิดขึ้นด้วยที่ว่าผู้หญิงคือผู้ชายที่มีอวัยวะสืบพันธุ์ถูกกดอยู่ภายในระหว่างกระบวนการสร้างตัว กล่าวได้อีกอย่างว่าผู้หญิงคือผู้ชายที่พิการ และเพราะการที่ผู้ชายสร้างน้ำเชื้อจึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมผู้ชายจึงเป็นผู้กระทำและผู้หญิงจึงเป็นผู้ถูกกระทำเมื่อถึงการสืบพันธุ์ นี่อาจยังน่าขำขันไม่พอ อริสโตเติลยังกล่าวไว้ว่าผู้หญิงมีฟันและรอยประสานกะโหลกน้อยกว่าผู้ชาย และนักปรัชญาชื่อดังท่านนี้ก็ได้นำส่วนนี้มาตัดสินคนที่เป็นลัทธิคลั่งชาติตลอดชีวิตของเขา &#160; 4. รังไข่เป็นแนวนอน มีบางตำนานประหลาดเชื่อว่าผู้หญิงชาวเอเชียมีรังไข่แนวนอนโดยเฉพาะ เกาหลี จีน และญี่ปุ่น โดยในคริสศตวรรษที่19 นักศึกษาธรรมชาติ&#160;George Cuvier&#160;กล่าวว่าผู้หญิงจีนมีรังไข่เป็นแนวนอน และความคิดนี้แพร่กระจายไปยังทหารอเมริกันในช่วงสงครามเกาหลีและสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ไม่มีใครนึกถึงความจริงในปี 1880 ที่นักเขียน&#160;JW Buel ทำวิจัยเข้มข้นพิสูจน์ไว้ว่าผู้หญิงจีนที่อาศัยในไชน่าทาวน์ที่ซานฟรานซิสโกนั้นมีรังไข่ที่ปกติ &#160; 3. ผู้หญิงที่มีการศึกษาจะมีมดลูกที่อ่อนแอ ในหนังสือ &#8216;Sex In Education; Or, A Fair Chance For The Girls (1873)&#8217;, จากศาสตราจารย์ของโรงเรียนHarvard Medical School ที่ชื่อว่า Edward Clarke, อธิยายเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงไม่ควรได้รับการศึกษา เขาอ้างว่าผู้หญิงควรมีหน้าที่ดำรงเผ่าพันธุ์ และผู้หญิงนั้นด้อยกว่าผู้ชายในทุกด้าน การผู้หญิงได้รับการศึกษาโดยเฉพาะช่วงที่มีประจำเดือนนั้นจะทำลายสมองของพวกเธอ แน่นอนว่าทฤษฎีของเขาต้องการให้ผู้หญิงมีหน้าที่แค่ให้กำเนิดทารก แต่สำนักพิมพ์ก็แจกจ่ายหนังสือเพื่อให้มีการถกเถียง และคนที่เห็นด้วยกับ Clarke ก็ถือหนังสือของเขาไปมาเหมือนคัมภีร์ไบเบิล ในที่สุดทฤษฎีที่ประหลาดเหล่านี้ก็ถูกต้าน และผู้หญิงก็ได้เข้าเรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในที่สุด &#160; 2. ความเป็นแม่ ทฤษฏีความเป็นแม่เมื่อย้อนกลับไปสมัยโรมันหรือก่อนหน้านั้น มีความคิดที่ว่าจินตนาการของแม่จะส่งผลต่อการพัฒนาต่อลูกน้อยขณะอยู่ในครรภ์ ส่วนปานที่มีแต่กำเนิดเกิดจากความบอบช้ำทางอารมณ์ของแม่ ราวๆศตวรรตที่ 18 มีเรื่องเหลวไหลเกินจริงเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ชื่อว่า&#160;Mary Toft, ถูกกล่าวหาว่าให้กำเนิดกระต่ายเพราะระหว่าท้องเธอฟันว่าเธอกินกระต่าย แต่เพราะว่านี่เป็นยุคสมัยใหม่แล้ว ความคิดแบบนั้นจึงยุติลงเสียที &#160; 1. ผู้หญิงที่ถูกข่มขืนจะไม่ตั้งครรภ์ ความเชื่อเหลวไหลที่ว่านี้ถูกสืบเสาะโดยแพทย์ผ่าตัด และนักปรัชญาชาวกรีกชื่อ&#160;Galen กล่าวว่าผู้หญิง&#160;จะไม่ตั้งครรภ์ถ้าพวกเธอไม่ถึงจุดสุดยอด ดังนั้นสันนิษฐานได้ว่าการข่มขืนไม่ทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดและไม่ตั้งครรภ์ ยิ่งกว่านั้นหากผู้หญิงตั้งครรภ์คือการสมยอม ช่างน่าเศร้าที่ความคิดนี้แทรกซึมอยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ที่ยังพบได้บ่อยๆในปัจจุบัน &#160; แหล่งที่มา :&#160;wonderslist]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>
	<span style="font-size:16px;">ความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับรูปร่างของผู้หญิงนั้นมีมานานแสนนาน และน่าสงสัยว่าตำนานแปลกๆและความเข้าใจผิดต่างๆเหล่านี้ถูกแพร่ออกมาทางประวัติศาสตร์ และยังคงวนเวียนในความคิดผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน ลองดูกันเลยว่า10สิ่งเหล่านี้มีอะไรบ้าง&nbsp;</span>
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><a href="/wp-content/uploads/2015/03/Blonde-menstrual-pain.jpg" style="font-size: 16px; line-height: 25.6000003814697px;"><img alt="Blonde-menstrual-pain" class="alignnone size-full wp-image-2627" height="333" src="/wp-content/uploads/2015/03/Blonde-menstrual-pain.jpg" width="500" /></a></strong>
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><span style="font-size:16px;"><font color="#000000" face="Noto Serif"><span style="line-height: 28px">10.&nbsp;</span></font></span><span style="line-height: 28px; color: rgb(0, 0, 0); font-family: 'Noto Serif'; font-size: 16px;">เรื่องการมีประจำเดือน</span></strong>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;"><font color="#000000" face="Noto Serif"><span style="line-height: 28px">ในทางประวัติศาสตร์แล้ว การมีประจำเดือนเป็นที่ถกเถียงว่าเป็นสัญญานของการได้รับอาหารที่อุดมสมบูรณ์ หรือเป็นสัญญาณของปีศาจ ในตำนานต่างๆยังมีเรื่องเกี่ยวข้องกับประจำเดือน และความเชื่อหลักๆเลยคือประจำเดือนเป็นเลือดเสีย ความเข้าใจผิดๆนี้ทำให้ผู้หญิงมีประจำเดือนถูกห้ามทำอาหาร ห้ามทำกิจกรรรมทางศาสนา และยังห้ามบางสิ่งที่เคยทำในวันปกติเพื่อไม่ให้เลือดเสียไปเจือปนกับทุกๆสิ่ง นอกจากนี้การที่ปฏิสนธิและตั้งครรภ์ในขณะที่ผู้หญิงมีประจำเดือนยังถูกเชื่อว่าทารกจะเกิดมาพิการเพราะเลือดเสีย ในทางกลับกัน Galen แพทย์ชาวกรีกผู้โด่งดังกล่าวว่าเลือดประจำเดือนนั้นเป็นเลือดที่ใช้เป็นองค์ประกอบในการดูแลทารก เพราะเมื่อคลอดบุตรแล้ว เลือดจะเปลี่ยนเป็นน้ำนมให้แก่เด็ก</span></font></span>
</p>
<p>
	&nbsp;
</p>
<p style="text-align: center;">
	<a href="/wp-content/uploads/2015/03/Clitoris-Can-Be-Used-As-A-Penis.jpg" style="font-size: 16px; line-height: 25.6000003814697px;"><img alt="Clitoris-Can-Be-Used-As-A-Penis" class="alignnone size-full wp-image-2631" height="333" src="/wp-content/uploads/2015/03/Clitoris-Can-Be-Used-As-A-Penis.jpg" width="500" /></a>
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><span style="font-size:16px;"><font color="#000000" face="Noto Serif"><span style="line-height: 28px">9. อวัยวะเพศหญิงส่วนบน ใช้แทนอวัยวะเพศชายได้</span></font></span></strong>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">เป็นที่ทราบกันดีว่าสมัยกรีกโบราณและโรมันนั้นมีความคิดที่น่าตลกและบ้าบอเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ เช่นอวัยวะเพศหญิงส่วนบนใช้งานเหมือนอวัยวะเพศชายได้ คุณเคยได้ยินมาใช้ใหม? ถึงแม้ว่าจะนานมาแล้วสำหรับความเชื่อนี้แต่ก็มีการทดลองใช้จริงในศตวรรษที่19 และ20เพื่ออธิบายแก่กลุ่มหญิงรักหญิง ที่สุดของที่สุดต้องยกให้นักบวชชาวอิตาเลียน<font color="#000000" face="Noto Serif"><span style="line-height: 28px">&nbsp;</span></font>Ludovico Sinistrari&nbsp;ที่กล่าวหาว่าผู้หญิงเป็นพวกมักมากในกาม จึงพยายามเปลี่ยนอวัยวะเพศตัวเองให้เป็นของผู้ชายด้วย ชัดเจนมากว่าเขาทำให้ชาวหญิงรักหญิงดูเป็นอาชญากรผู้มักมากในกาม นอกจากนี้ นักบวชท่านนี้ยังสนับสนุนการลงโทษแบบรุนแรงหากอวัยวะเพศหญิงสามารถสอดใส่อวัยวะเพศหญิงได้สำเร็จ</span>
</p>
<p>
	&nbsp;
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><a href="/wp-content/uploads/2015/03/sleeping-beside-virgins.jpg" style="font-size: 16px; line-height: 25.6000003814697px;"><img alt="sleeping-beside-virgins" class="alignnone size-full wp-image-2637" height="333" src="/wp-content/uploads/2015/03/sleeping-beside-virgins.jpg" width="500" /></a></strong>
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><span style="font-size:16px;">8. ความบริสุทธิ์จะทำให้คุณอ่อนเยาว์</span></strong>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">มีทฤษฎีหนึ่งของกลุ่มShunamitism(กลุ่มชายสูงอายุที่เพิ่มสมรรถภาพทางเพศด้วยการนอนข้างๆกับหญิงสาว) ที่อ้างว่าการนอนข้างๆสาวบริสุทธิ์จะทำให้ผู้ชายหนุ่มขึ้น &nbsp;ซึ่งมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่หมอจะวินิจฉัยตามหนังสือพิธีกรรมศาสนาเกี่ยวกับโรคในช่องท้อง เช่นในสมัยศตวรรตที่ 18 ลมหายใจของหญิงบริสุทธิ์สามารถทำให้คนมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นได้ ส่วนสาวไม่บริสุทธิ์คือมลทิน นอกจากนี้ในฝรั่งเศส&nbsp;มีการหาผลกำไรจากหญิงสาวบริสุทธิ์ด้วยเมื่อ&nbsp;Madame Janus นักลงทุนที่เปิดบ้านสำหรับสาวบริสุทธิ์ 50 คน เพื่อให้ชายสูงอายุที่จะจ่ายเงินเพื่ออยู่ใกล้ชิดหญิงสาวบริสุทธิ์แต่ไม่ได้มีเพศสัมพันธุ์</span>
</p>
<p>
	&nbsp;
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><a href="/wp-content/uploads/2015/03/Tennis-star-with-biggest-brest.jpg" style="font-size: 16px; line-height: 25.6000003814697px;"><img alt="Tennis-star-with-biggest-brest" class="alignnone size-full wp-image-2639" height="333" src="/wp-content/uploads/2015/03/Tennis-star-with-biggest-brest.jpg" width="500" /></a></strong>
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><span style="font-size:16px;">7. หน้าอกมีหน้าที่เป็นเสื้อเกราะ</span></strong>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">ในศตวรรษที่ 14 แพทย์หลวง&nbsp;Henri De Mondeville ได้บันทึกไว้ในจดหมายถึงกษัตริย์ฝรั่งเศษถึงสาเหตุที่ผู้หญิงมีหน้าอกในตำแหน่งนั้นว่า</span>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">1. ทำให้แตกต่างจากผู้ชาย</span>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">2. หัวใจถูกป้องกันและรักษาในที่อบอุ่น</span>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">3. นักฟิสิกส์อ้างว่าหน้าอกที่อบอุ่นจะทำให้ช่องท้องแข็งแรง</span>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">และยังมีเพิ่มเติมในคริสศักราช 1840 คุณหมอ&nbsp;Astley Cooper มีความเห็นว่าหน้าอกที่ใหญ่ของผู้หญิงมีไว้สำหรับปกป้องเมื่ออยู่ในชนชั้นล่างในสังคม เขากล่าวว่า&nbsp;<em>&quot;หน้าอกช่วยป้องกันหมัดหนักจากการแข่งขันกีฬาต่อยมวย&quot;</em></span>
</p>
<p>
	&nbsp;
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><a href="/wp-content/uploads/2015/03/Ovaries-Are-Destroyed-By-Driving.jpg" style="font-size: 16px; line-height: 25.6000003814697px;"><img alt="Ovaries-Are-Destroyed-By-Driving" class="alignnone size-full wp-image-2641" height="333" src="/wp-content/uploads/2015/03/Ovaries-Are-Destroyed-By-Driving.jpg" width="500" /></a></strong>
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><span style="font-size:16px;">6. รังไข่จะถูกทำลายเมื่อขับรถ</span></strong>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;"><font color="#000000" face="Noto Serif"><span style="line-height: 28px">ในปี 2013 พระดังของซาอุดิอาราเบีย&nbsp;</span></font>Sheikh Saleh Al-Loheidan อ้างว่า การวิจัยมีผลออกมาว่าผู้หญิงที่ขับรถ เชิงกรานจะเปลี่ยนไปและมดลูกจะถูกทำลาย และเสี่ยงทำให้มีบุตรพิการ นอกจากนี้ยังมีแฮชแท็ก&nbsp;#WomensDrivingAffectsOvariesAndPelvises ที่ทำขึ้นโดยผู้ติดตามของ&nbsp;Al-Loheidan ทำให้มีข้อคิดเห็นต่างกันไปจากคนทั่วโลกรวมถึงคนในประเทศของเขาเอง ต่อมานารีแพทย์ชาวซาอุดิอาราเบีย&nbsp;<span style="line-height: 20.7999992370605px">Mohammad Baknah ได้ท้าทายคำกล่าวอ้างของ&nbsp;Al-Loheidan ว่าที่เขาอ้างนั้นเป็นเรื่องโกหก&nbsp;เพราะไม่เคยมีวิจัยอะไรเลยเกิดขึ้น และนี่ก็ไม่ได้เป็นกรณีเดียวที่พระเคยออกมาอ้าง ย้อนไปในปี 2010 พระอีกองค์หนึ่งกล่าวว่าผู้หญิงไม่ควรขับรถแต่สามารถเชื่อใจ และทำให้คนขับรถเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวได้ด้วยการให้ลมหายใจแก่เขา</span></span>
</p>
<p>
	&nbsp;
</p>
<p style="text-align: center;">
	<a href="/wp-content/uploads/2015/03/women-are-deformed-men.jpg" style="font-size: 16px; line-height: 25.6000003814697px;"><img alt="women-are-deformed-men" class="alignnone size-full wp-image-2659" height="333" src="/wp-content/uploads/2015/03/women-are-deformed-men.jpg" width="500" /></a>
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><span style="font-size:16px;">5. ความคิดประหลาดของอริสโตเติล</span></strong>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">อริสโตเติลเกือบจะเป็นนักปรัชญาที่เยี่ยมยอดที่สุดถ้าเขาไม่ได้ให้ความคิดผิดๆเกี่ยวกับร่างกายของผู้หญิง เขาล้มเหลวที่จะแยกรังไข่กับท่อปัสวะออกจากกัน นอกจากนี้เขายังปักใจในทฤษฎีที่เขาคิดขึ้นด้วยที่ว่าผู้หญิงคือผู้ชายที่มีอวัยวะสืบพันธุ์ถูกกดอยู่ภายในระหว่างกระบวนการสร้างตัว กล่าวได้อีกอย่างว่าผู้หญิงคือผู้ชายที่พิการ และเพราะการที่ผู้ชายสร้างน้ำเชื้อจึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมผู้ชายจึงเป็นผู้กระทำและผู้หญิงจึงเป็นผู้ถูกกระทำเมื่อถึงการสืบพันธุ์ นี่อาจยังน่าขำขันไม่พอ อริสโตเติลยังกล่าวไว้ว่าผู้หญิงมีฟันและรอยประสานกะโหลกน้อยกว่าผู้ชาย และนักปรัชญาชื่อดังท่านนี้ก็ได้นำส่วนนี้มาตัดสินคนที่เป็นลัทธิคลั่งชาติตลอดชีวิตของเขา</span>
</p>
<p>
	&nbsp;
</p>
<p style="text-align: center;">
	<a href="/wp-content/uploads/2015/03/Beautiful-Korean-Girl.jpg" style="font-size: 16px; line-height: 25.6000003814697px;"><img alt="Beautiful-Korean-Girl" class="alignnone size-full wp-image-2661" height="333" src="/wp-content/uploads/2015/03/Beautiful-Korean-Girl.jpg" width="500" /></a>
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><span style="font-size:16px;">4. รังไข่เป็นแนวนอน</span></strong>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">มีบางตำนานประหลาดเชื่อว่าผู้หญิงชาวเอเชียมีรังไข่แนวนอนโดยเฉพาะ เกาหลี จีน และญี่ปุ่น โดยในคริสศตวรรษที่19 นักศึกษาธรรมชาติ&nbsp;George Cuvier&nbsp;กล่าวว่าผู้หญิงจีนมีรังไข่เป็นแนวนอน และความคิดนี้แพร่กระจายไปยังทหารอเมริกันในช่วงสงครามเกาหลีและสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ไม่มีใครนึกถึงความจริงในปี 1880 ที่นักเขียน&nbsp;JW Buel ทำวิจัยเข้มข้นพิสูจน์ไว้ว่าผู้หญิงจีนที่อาศัยในไชน่าทาวน์ที่ซานฟรานซิสโกนั้นมีรังไข่ที่ปกติ</span>
</p>
<p>
	&nbsp;
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><a href="/wp-content/uploads/2015/03/Educated-Women-Have-Weak-Womb.jpg" style="font-size: 16px; line-height: 25.6000003814697px;"><img alt="Educated-Women-Have-Weak-Womb" class="alignnone size-full wp-image-2662" height="333" src="/wp-content/uploads/2015/03/Educated-Women-Have-Weak-Womb.jpg" width="500" /></a></strong>
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><span style="font-size:16px;">3. ผู้หญิงที่มีการศึกษาจะมีมดลูกที่อ่อนแอ</span></strong>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">ในหนังสือ &lsquo;Sex In Education; Or, A Fair Chance For The Girls (1873)&rsquo;, จากศาสตราจารย์ของโรงเรียนHarvard Medical School ที่ชื่อว่า Edward Clarke, อธิยายเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงไม่ควรได้รับการศึกษา เขาอ้างว่าผู้หญิงควรมีหน้าที่ดำรงเผ่าพันธุ์ และผู้หญิงนั้นด้อยกว่าผู้ชายในทุกด้าน การผู้หญิงได้รับการศึกษาโดยเฉพาะช่วงที่มีประจำเดือนนั้นจะทำลายสมองของพวกเธอ แน่นอนว่าทฤษฎีของเขาต้องการให้ผู้หญิงมีหน้าที่แค่ให้กำเนิดทารก แต่สำนักพิมพ์ก็แจกจ่ายหนังสือเพื่อให้มีการถกเถียง และคนที่เห็นด้วยกับ Clarke ก็ถือหนังสือของเขาไปมาเหมือนคัมภีร์ไบเบิล ในที่สุดทฤษฎีที่ประหลาดเหล่านี้ก็ถูกต้าน และผู้หญิงก็ได้เข้าเรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในที่สุด</span>
</p>
<p>
	&nbsp;
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><a href="/wp-content/uploads/2015/03/Mother-and-baby-indoors.jpg" style="font-size: 16px; line-height: 25.6000003814697px;"><img alt="Mother-and-baby-indoors" class="alignnone size-full wp-image-2663" height="333" src="/wp-content/uploads/2015/03/Mother-and-baby-indoors.jpg" width="500" /></a></strong>
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><span style="font-size:16px;">2. ความเป็นแม่</span></strong>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">ทฤษฏีความเป็นแม่เมื่อย้อนกลับไปสมัยโรมันหรือก่อนหน้านั้น มีความคิดที่ว่าจินตนาการของแม่จะส่งผลต่อการพัฒนาต่อลูกน้อยขณะอยู่ในครรภ์ ส่วนปานที่มีแต่กำเนิดเกิดจากความบอบช้ำทางอารมณ์ของแม่ ราวๆศตวรรตที่ 18 มีเรื่องเหลวไหลเกินจริงเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ชื่อว่า&nbsp;Mary Toft, ถูกกล่าวหาว่าให้กำเนิดกระต่ายเพราะระหว่าท้องเธอฟันว่าเธอกินกระต่าย แต่เพราะว่านี่เป็นยุคสมัยใหม่แล้ว ความคิดแบบนั้นจึงยุติลงเสียที</span>
</p>
<p>
	&nbsp;
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><a href="/wp-content/uploads/2015/03/Rape-Survivors-Can’t-Get-Pregnant.jpg" style="font-size: 16px; line-height: 25.6000003814697px;"><img alt="Rape-Survivors-Can’t-Get-Pregnant" class="alignnone size-full wp-image-2666" height="333" src="/wp-content/uploads/2015/03/Rape-Survivors-Can’t-Get-Pregnant.jpg" width="500" /></a></strong>
</p>
<p style="text-align: center;">
	<strong><span style="font-size:16px;">1. ผู้หญิงที่ถูกข่มขืนจะไม่ตั้งครรภ์</span></strong>
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">ความเชื่อเหลวไหลที่ว่านี้ถูกสืบเสาะโดยแพทย์ผ่าตัด และนักปรัชญาชาวกรีกชื่อ&nbsp;Galen กล่าวว่าผู้หญิง&nbsp;จะไม่ตั้งครรภ์ถ้าพวกเธอไม่ถึงจุดสุดยอด ดังนั้นสันนิษฐานได้ว่าการข่มขืนไม่ทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดและไม่ตั้งครรภ์ ยิ่งกว่านั้นหากผู้หญิงตั้งครรภ์คือการสมยอม ช่างน่าเศร้าที่ความคิดนี้แทรกซึมอยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ที่ยังพบได้บ่อยๆในปัจจุบัน</span>
</p>
<p>
	&nbsp;
</p>
<p>
	<span style="font-size:16px;">แหล่งที่มา :&nbsp;<a href="http://www.wonderslist.com/10-misconceptions-about-female-body/">wonderslist</a></span></p>
 <!-- Easy Plugin for AdSense Unfiltered [count: 3 is not less than 3] -->]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.meepanda.com/top10-women-misconcept/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
