เรื่องล่าสุด

5 อาวุธสุดประหลาดในสงครามโลกครั้งที่ 2

จะบอกว่าโชคไม่ดีก็ไม่ผิดที่สงครามเป็นสิ่งที่ผลักดันนวัตกรรมต่างๆ โดยในสงครามโลกครั้งที่ 2 มหาอำนาจของโลกในคราวนั้นต่างก็พัฒนาทั้งทางด้านเทคโนโลยี การแพทย์ และการสื่อสารให้ทัดเทียมกันมากที่สุดสำหรับการต่อสู้ซึ่งต่อมาก็เปรียบเสมือนเป็นรากฐานของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน และนี้คืออาวุธบางส่วนของการพัฒนาที่ต้องบอกว่ามันพิลึกและไร้ประโยชน์เป็นอย่างมากในสงครามโลกครั้งที่ 2

 

1. เรือติดจรวดปล่อยทางอากาศ

7-inch_up_projectiles_hms_king_george_v_iw_a_9451

ถือเป็นมาตรการในการต่อสู้กับทางอากาศยาน โดยสร้างขึ้นเพื่อป้องกันเครื่องบินรบจากข้าศึก โดยกระสุนจะถูกยิงจากเรือและเมื่อความสูงถึง 1,000 ฟุตก็จะแตกออกเป็นร่มชูชีพ อย่างไรก็ดีวิธีนี้ต่างมีคนลงความเห็นกันว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะข้าศึกก็มองเห็นร่มชูชีพนั้นอยู่ดี

 

2. ระเบิดฆ่าตัวตายของสุนัข

Карацупа_Н_Ф_1936 (1)

ในปี 1942 ทหารนาซีของฮิตเลอร์บุกโซเวียตด้วยยานเกราะรถถัง ทางรัสเซียที่มีการใช้สุนัขทหารตั้งแต่ปี 1924 พยายามที่จะตอบโต้ด้วยการยัดระเบิดไว้ที่ตัวสุนัขทั่วร่างกาย ระหว่างฝึกพวกเขาจะปล่อยให้สุนัขหิวโหยและอาหารของพวกมันจะถูกผูกไว้ใต้ตัว และพวกมันจะถูกฝึกให้ดึงระเบิดสายไฟด้วยตัวเอง แต่ในความเป็นจริงก็คือพวกมันไม่เข้าใจหรอกว่ากำลังให้มันทำอะไร สุดท้ายมันก็ไม่มีประโยชน์เลย

 

3. ปืนที่ใหญ่ที่สุดที่เคยใช้ในสงคราม

552824b16bb3f72c2528a776-2000-1543จากการที่ต้องการบุกฝรั่งเศสให้ได้ ฮิตเลอร์จึงนำเอาอาวุธใหม่เพื่อทำลายล้างกำแพงเมืองฝรั่งเศส รวมถึงต้องการยึดยุโรปตะวันตกให้ได้ โดยมีความยาวถึง 155 ฟุต น้ำหนัก 1,350 ตัน ยิ่งได้ 10,000 ลูก อย่างโหดเลยทีเดียว แต่ด้วยความที่มีขนาดใหญ่มากจึงทำให้เป็นเป้าหมายของการทิ้งระเบิดอย่างง่ายดายด้วย

 

4. V-3 แคนนอน

v3

จัดได้ว่าเป็นภาคต่อของ V1 และ V2 โดยมีการออกแบบที่สามารถยิงได้ไกลมาก โดยฮิตเลอร์ได้อนุมัติให้จัดทำอาวุธนี้ทันที แต่ในขณะที่แผนการสร้างกำลังดำเนินการกองกำลังพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดและปืนได้ในที่สุด

 

5. รถถังมินิที่สามารถควบคุมระยะไกลได้ด้วยรีโมท

mini-tanks-p012953เป็นรถถังขนาดเล็กที่สามารถควบคุมได้ด้วยระบบรีโมทและใช้มอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งเป็นวิวัฒนาการที่พัฒนามาจากการใช้เตาก๊าซและสามารถบรรจุระเบิดได้ถึง 100 ปอนด์ จัดได้ว่าเป็นความล้ำหน้าที่แปลกประหลาดดีจริงๆ

 

แหล่งที่มา : http://www.businessinsider.com/